21-23 ส.ค.นี้ พม. จัดงานใหญ่ ’’Social Development Expo 2026 (SDX 2026)’’ ดึง ปชช.-เครือข่าย ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน พร้อมกางผลงาน พม. 120 วัน ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานมหกรรมด้านการพัฒนาสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ”Social Development Expo 2026 (SDX 2026)” ภายใต้แนวคิด ”Co-Creating a Better Society ร่วมสร้างสังคมไทย เพื่อคนทุกวัยไปด้วยกัน” ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569 นับเป็นเวทีสำคัญระดับประเทศที่เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคน ทุกภาคส่วน ได้ร่วมคิด ร่วมแลกเปลี่ยน และร่วมออกแบบอนาคตของสังคมไทย ผ่านองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ผลงานวิชาการ และต้นแบบการพัฒนาสังคมจากทั่วประเทศ นำไปสู่การออกแบบอนาคตของสังคมไทยที่ยั่งยืนไปด้วยกัน เพราะทุกคนคือพลังของการสร้าง “สังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน”
โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม SDX 2026 พร้อมปาฐกถาพิเศษ “120 วัน พม. ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ซึ่งมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายแพทย์วัชรากร เลิศด้วยลาภ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะผู้บริหารกระทรวง พม. คณะทูตจากสถานเอกอัครราชทูต ผู้แทนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ประชาชนทั่วไป และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
นายนิกร เปิดเผยว่า ผลงาน 120 วัน ของกระทรวง พม. ”ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ไม่ใช่การขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมที่เป็นเพียงการเยียวยาปัญหาเฉพาะหน้า แต่ปรับระบบการทำงานใหม่ ให้มองประชาชนเป็นรายคน รายครอบครัว และรายพื้นที่ เพื่อส่งความช่วยเหลือไปให้ถึงมือของประชาชนผู้ที่ต้องการอย่างแม่นยำ ทั้งนี้ หนึ่งในหัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนจาก การให้ประชาชนเข้ามารับความช่วยเหลือ ไปสู่การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล ค้นหา เข้าถึง และติดตามดูแลประชาชนเชิงรุก โดยการนำระบบดิจิทัลและ AI มาเชื่อมสิทธิสวัสดิการ และโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้น
สำหรับผลงานสำคัญในช่วงที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาระบบฐานข้อมูล MSDHS Big Data เชื่อมข้อมูลกลุ่มเปราะบางจากฐานข้อมูล MSO-Logbook เข้ากับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 231091 ราย การพัฒนาระบบ พม. Care เพื่อขอรับเงินสงเคราะห์ 6 ประเภท ด้วยตัวเอง ผ่านระบบออนไลน์บนสมารท์โฟน ซึ่งมีผู้ใช้บริการ 3503 ราย การเชื่อมบริการสำหรับคนพิการผ่านแอปพลิเคชัน ”ทางรัฐ” ซึ่งมีคนพิการใช้งานมากถึง 71642 คน การยกระดับ สายด่วน พม. โทร. 1300 ด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการประชาชนอย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์ ยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบ 435 แห่ง ขับเคลื่อนศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็กต้นแบบ 434 แห่ง สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 2.42 ล้านคน และผลักดันให้มีคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนครบทุกระดับ 8778 แห่ง
อีกทั้ง สนับสนุนการสร้างชุมชนเข้มแข็งและระบบสวัสดิการฐานราก ซึ่งมีสมาชิกสวัสดิการชุมชน 2.51 ล้านคน ขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) 2258 แห่งทั่วประเทศ โดยให้การดูแลผู้สูงอายุ 169150 คน ผลักดันการปรับเบี้ยความพิการเป็น 1000 บาท สนับสนุนอุปกรณ์สำหรับคนพิการอีก 17000 คน ปรับสภาพแวดล้อมที่พักอาศัยสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการแล้ว 10559 หลัง ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการบ้านมั่นคงและบ้านพอเพียง 24482 ครัวเรือน ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ 75772 คน และสร้างอาชีพให้กลุ่มเปราะบางอีก 16213 คน สนับสนุนสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพแก่คนพิการและผู้สูงอายุ 9509 ราย วงเงิน 455 ล้านบาท ขยายวงเงินกู้กองทุนคนพิการจาก 120000 บาท เป็น 300000 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสการประกอบอาชีพ
นอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังคงเดินหน้าปรับระบบราชการให้เป็นประตูที่เปิดกว้าง เป็นมิตร และเข้าใจประชาชน ลดขั้นตอนบริการ พร้อมทบทวนและปรับปรุงกฎหมายสำคัญรวม 8 ฉบับ และผลักดันร่างกฎหมายด้าน Universal Design เพื่อวางรากฐานให้ทุกคนสามารถเข้าถึง ใช้ชีวิต และมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเท่าเทียม
”ก้าวต่อไปของกระทรวง พม. ไม่ใช่การทำโครงการแยกส่วน แต่คือการวางวาระรวมของระบบสังคมใหม่ ด้วยการเชื่อมคน ครอบครัว ชุมชน เทคโนโลยี ที่อยู่อาศัย อาชีพ สวัสดิการ และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน โดยทุกนโยบาย ทุกสวัสดิการ ต้องสามารถเปลี่ยนชีวิตประชาชนทุกช่วงวัยได้จริง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายนิกร กล่าวย้ำ
#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #SDX2026