“ม.เกริก” เปิดเวทีเดือด! ฟันธงอนาคตไทยหลังเลือกตั้ง 2569 4 กูรูการเมืองชี้ชะตารัฐบาลใหม่ ฝ่าคลื่นโลก–แรงกดดันภายในประเทศ

   เมื่อ : 28 มี.ค. 2569

กรุงเทพฯ – มหาวิทยาลัยเกริก โดยวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ร่วมกับสถาบันพัฒนาภาวะผู้นำ จัดเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้งปี 2569” เปิดพื้นที่สาธารณะทางปัญญา ถอดรหัสทิศทางประเทศหลังการเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความท้าทายทั้งในและต่างประเทศ

การเสวนา“อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้งปี 2569” จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมวิชาการนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกริก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 โดยมี ดร.ธัญญ์พิชชา อติวัณณ์วงษ์ รองอธิการบดี เป็นประธานเปิดงานดังกล่าว โดยได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมงาน จำนวนกว่า 200 คน ทั้งจากผู้มีเกียรติในแวดวงการเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิชาการ ตลอดคณาจารย์ นักศึกษา สื่อมวลชน และประชาชน ที่สนใจร่วมการเสวนา พร้อมตั้งประเด็นคำถามกับวิทยากรได้อย่างน่าสนใจ 

เมื่อการเลือกตั้งไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของคำถามใหญ่ เวทีเสวนา“อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้งปี 2569” จึงถูกจับตาจากผู้สนใจอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะการรวมตัวของ 4 ผู้ทรงอิทธิพลด้านความคิดทางการเมืองไทย บนเวทีเสนาในครั้งนี้ นำโดย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายรังสิมันต์ โรม รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล และ ดร.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ โดย ผศ.ดร.บุญอยู่ ขอพรประเสริฐเป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมร่วมวิเคราะห์และสรุปมุมมองจากประเด็น ของทั้ง4 กูรู ในการชำแหละอนาคตไทยแบบรอบด้านได้อย่างน่าสนใจ ความเข้มข้นของเวทีเสวนา“อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้งปี 2569” ครั้งนี้ ไฮไล้ท์ คือ การชี้เงื่อนไขและตัวแปรต่างๆ ว่า“รัฐบาลอยู่หรือร่วง” ผ่านมุมมองของผู้น่วมเสวนาทั้ง 4 ท่าน อย่างเข้มข้นน่าจับตา

 

เริ่มจาก ดร.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ที่เปิดประเด็นถึง 4 ปัจจัยสำคัญในการชี้ชะตารัฐบาล ได้แก่  

1.การบริหารการเมือง (Political Management) 

2.การสื่อสารของรัฐ (Communication) 

3.การมีส่วนร่วมของประชาชน (Participation) และ 

4.ความเข้าใจประชาชน (Political Empathy) พร้อมเตือน “รัฐบาลจะอยู่ได้ ต้องเชื่อมโยงกับประชาชน ไม่ใช่แค่บริหารเชิงเทคนิค”

 

ต่อมา นายรังสิมันต์ โรม ได้สะท้อนถึงภาพใหญ่ของโลกผ่านกรอบ “2G Crisis” โดยชี้ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์ทางภูมิรัฐศาสตร์ให้ชัด พร้อมยกระดับธรรมาภิบาล และเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือวิกฤต ตั้งแต่สงครามไปจนถึงปัญหาคอร์รัปชัน นอกจากนี้ยังทิ้งท้ายเตือนรัฐไทย “ควนตามโลกให้ทัน”

 

ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ เน้นย้ำว่า ความมั่นคงของประเทศในยุคปัจจุบันไม่ได้อยู่แค่ด้านทหาร แต่รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และโครงสร้างพลังงาน (Energy) พร้อมเสนอแนวคิด FEG (Food–Energy–Governance) เป็นแกนหลักของการขับเคลื่อนประเทศ และย้ำแบบหนักแน่นว่า “อาหาร–พลังงาน” คือความมั่นคงใหม่

นอกจากนี้ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ได้นำเสนอแนวคิด”เศรษฐกิจชาตินิยม” ที่เน้นการพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพาภายนอก และการชี้แนวทางถึงการเพิ่มบทบาทของรัฐบาลในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกที่ทวีความเข้มข้น พร้อมทิ้งท้ายแนะรัฐบาลหากต้องการพาประเทศไทยให้รอดพ้นจากสภาวะโลกภายนอกที่มีความผันผวนอย่างรุนแรง ควรเดินหน้าและมั่นใจที่จะผลักดัน แนวคิด“เศรษฐกิจชาตินิยม” เพราะนี่ คือทางเลือกเหมาะกับประเทศไทย ในสภาวะโลกที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน เช่นนี้ 

ในท้ายสุดบทสรุปที่ได้จากเวทีเสวนาครั้งนี้ คือ: ไทยกำลังยืนอยู่บน “จุดเปลี่ยน” สำคัญอีกครั้ง เพราะสิ่งสำคัญ
ของการเลือกตั้ง 2569 ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรัฐบาล แต่เป็น “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ของการเมืองไทย โดยเฉพาะในยุคที่พลเมืองยอมรับให้ดิจิทัลมีบทบาทในชีวิตประจำวันสูงขึ้น ความคาดหวังต่อความโปร่งใสเพิ่มขึ้น ในขณะที่สภาวะโลกภายนอกก็มรความผันผวนรุนแรง “เศรษฐกิจชาตินิยม” จึงเป็นทางเลือกสำหรับยุคที่โลกยังคงมีการแข่งขันสูง  


ดร.ธัญญ์พิชชา ระบุว่า การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตยที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชน แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ “ทิศทางหลังเลือกตั้ง” ว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของสังคม และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้หรือไม่

 

ด้าน ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดเวทีครั้งนี้นับเป็นการสะท้อนบทบาทของวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ที่มีเป้าหมายในการมุ่งสู่การเป็นเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่สร้างองค์ความรู้ และเป็นพื้นที่กลางในการระดมสมอง เพื่อพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสู่รัฐบาลและสังคม อีกทั้งยังเป็นการชูบทบาทมหาวิทยาลัยเกริก และวิทยาลัยสื่อสารการเมือง ในการร่วมเป็นพื้นที่กลางของสังคม 

 

ผ่านเวทีเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเสรี ซึ่งช่วยสะท้อนภาพมุมมองทางการเมือง ตามกลไกการเชื่อมโยงสังคมกับนโยบายสาธารณะได้แบบครบวงจร “อนาคตไทย” ไม่ได้อยู่ที่ใครคนเดียว ซึ่งเวทีนี้สะท้อนชัดว่า อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้ง 2569 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเพียงลำพัง แต่ขึ้นอยู่กับ ความสามารถของรัฐ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนไป

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม:
เว็บไซต์ www.krirk.ac.th⁠�
Facebook: มหาวิทยาลัยเกริก

 

                                      #####