ประธาน ค.ร.อ.ท.เข้าพบเจ้าของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ...พรรคเพื่อไทย ชี้แจงเหตุผลทำไมควรมีเรื่องการอาชีวศึกษาใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่

   เมื่อ : 15 ธ.ค. 2567

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธานเครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย(ค.ร.อ.ท.)พร้อมทีมงานได้เข้าพบ ดร.เทอดชาติ ชัยพงษ์ ส.ส.เขต 5 จ.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เจ้าของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติ พ.ศ...ที่จะนำเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมนี้ ณ ตึกรัฐสภา เพื่อชี้แจงเหตุผลความสำคัญทำไมต้องมีการบัญญัติกฎหมายให้มีมาตราใดมาตราหนึ่งระบุเรื่องการศึกษา “ระดับอาชีวศึกษา” ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้การจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษามีความเข้มแข็ง และมีความเป็นเอกภาพในการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และตรงความต้องการของสถานประกอบการ จึงต้องกำหนดไว้ในร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ...ให้ชัดเจน พร้อมกับชี้แจงเหตุผลถึงความจำเป็นที่อาชีวศึกษาควรได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างจริงจัง เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนากำลังคนของประเทศให้ตรงความต้องการของตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ ทันต่อความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของโลก

 

  ประธาน ค.ร.อ.ท. ได้ชี้แจงถึงเหตุผลการเข้าพบ ส.ส.ดร.เทิดชาติ ชัยพงษ์ ในครั้งนี้ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยได้มอบให้เป็นผู้ยื่นร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติ พ.ศ...ที่จะนำเข้าเสนอในสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนี้โดยมี ส.ส.ดร.อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ส.ส.เขต 1 จ.สกลนคร พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมรับฟังด้วย


   ประธาน ค.ร.อ.ท.ได้ให้เหตุผลถึงความจำเป็นที่ พ.ร.บการศึกษาต้องมีการระบุการจัดการอาชีวศึกษาที่เป็นเอกภาพ นั่นคือ ปวช. ปวส.และป.ตรี บริหารภายใต้ พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา ทั้งนี้เพราะการศึกษาอาชีวศึกษานั้นเป็นการศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนมีทักษะวิชาชีพที่หลากหลายสาขาเพื่อนำวิชาชีพประกอบอาชีพอิสระหรือเข้าทำงานสู่สถานประกอบการ จึงต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชนเข้าใจว่าเมื่อส่งบุตรหลานเข้าเรียนอาชีวะแล้วจะต้องมีงานทำ มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวและขณะเดียวกันเรื่องของการจัดการศึกษาแบบเทียบโอนประสบการณ์หรือสะสมหน่วยกิตนั้นมีความจำเป็นกับผู้เรียนหรือผู้ที่ทำงานในสถานประกอบการเมื่อมีโอกาสต้องได้รับวุฒิการศึกษาเพิ่มขึ้น และจะต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาด้านอาชีวะด้วย ทั้งภาครัฐและเอกชนส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชนได้เข้าร่วมขับเคลื่อนการอาชีวศึกษา

 

เพื่อสร้างคนให้มีอาชีพและเป็นกำลังหลักของการพัฒนาประเทศโดยรวมถึงการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาครูผู้สอนและนำเสนอถึงประเด็นการจัดการศึกษาของประเทศควรจะมีอยู่ 3 ระดับ คือ ระดับพื้นฐานเป็นการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวศึกษาเป็นการจัดการศึกษาเพื่อให้ผลิตบุคคลมีทักษะด้านวิชาชีพและวิชาการเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพอิสระและเข้าทำงานตรงกับความต้องการสถานประกอบการ โดยจัดการศึกษาระดับปวช. ปวส. และปริญญาตรี และระดับอุดมศึกษาเป็นการจัดการศึกษาต่อจากการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เน้นด้านวิชาการรับผู้จบมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อจัดการศึกษาถึงระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก

 

ประธานค.ร.อ ท.ได้กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายถึงการศึกษาของอาชีวศึกษาเป็นการจัดการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบและตามอัธยาศัย โดยผสมผสานร่วมกันทุกภาคส่วนจึงสามารถที่จะสร้างและผลิตคนที่มีความรู้มีทักษะด้านวิชาชีพสนองความต้องการการพัฒนาของประเทศได้อย่างแท้จริงและขอขอบคุณ ส.ส.ดร.เทอดชาติ ชัยพงษ์ และท่านส.ส.ดร.อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ที่ให้โอกาสและรับฟังการชี้แจงเหตุผลถึงการให้ความสำคัญด้านการอาชีวศึกษาและรับปากจะสนับสนุนการจัดการอาชีวศึกษาอย่างเต็มที่ และจะนำเข้าไปเสนอต่อกรรมาธิการฯและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

 

                                      #####

 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ